พอให้ AI agent เขียนโค้ดได้คล่องแล้ว ผมเริ่มเห็นว่าเวลาส่วนใหญ่ของผมไปอยู่กับงานรอบ ๆ โค้ด เขียนเอกสาร ตอบคำถามแอดมินว่าหน้านี้ใช้ยังไง สรุปให้ลูกค้าว่าเมื่อวานระบบเป็นอะไร หรือนั่งอธิบายว่าหน้าจอใหม่จะหน้าตาประมาณไหน
งานพวกนี้ใช้วิธีเดียวกับงานโค้ดได้เกือบทั้งหมด ข้อต่างคือคนอ่านเป็นคน ไม่ใช่ compiler ร่างแรกจึงผ่าน test ไม่ได้ ต้องมีคนอ่านทุกครั้ง
เอกสารของระบบอัปเดตไปพร้อมโค้ด
เอกสารใน .ai/documents ผมเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ไว้ให้นักพัฒนาและ agent อ่าน ข้อดีของการให้ agent ดูแลคือแก้ได้ในรอบเดียวกับที่โค้ดเปลี่ยน ขั้น implement ของผมเปิดเอกสารของส่วนนั้นก่อนแก้โค้ด และแก้ส่วนที่ไม่ตรงแล้วก่อนปิดงาน
งานแก้เอกสารเป็นงานที่เลื่อนออกไปได้เรื่อย ๆ พอเป็นขั้นหนึ่งของการปิดงาน ก็ไม่มีจังหวะให้เลื่อน
คู่มือแอดมินเขียนเป็นภาษาไทย
บางโปรเจกต์มีคู่มือภาษาไทยสำหรับแอดมินที่ใช้ระบบทุกวัน เก็บใน .ai/handbook และเปิดเป็นหน้าคู่มือในระบบด้วยแพ็กเกจที่เปิดไฟล์ markdown เป็นเว็บเอกสาร
skill ของคู่มือบอกว่าเมื่อไหร่ต้องเขียน คือเมื่องานเปลี่ยนสิ่งที่แอดมินเห็นหรือทำ หรือเปลี่ยนกฎทางธุรกิจและการคำนวณ และบอกน้ำเสียงที่ต่างจากเอกสารนักพัฒนา หัวข้อเป็นประโยคบอกเล่า ใช้คำที่แอดมินพูดในงานจริง อธิบายสวิตช์ตามสถานะที่เห็นบนหน้าจอ ทุกหน้ามีวันที่อัปเดตล่าสุด และใช้ภาพหน้าจอที่ข้อมูลเป็นตัวอย่างเห็นได้ชัด
สรุปเหตุการณ์ให้ลูกค้าอ่านเข้าใจ
เวลาระบบมีปัญหา คนที่ต้องรู้ไม่ได้มีแค่นักพัฒนา ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า และเจ้าของธุรกิจก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทบใคร และแก้แล้วหรือยัง
skill สรุปเหตุการณ์ของผมสร้างจากข้อความจริงที่ผมเคยส่ง ให้ agent เขียนตามแบบนั้น เริ่มจากผลกระทบ อธิบายสาเหตุเป็นภาษาธุรกิจ ใส่ศัพท์เทคนิคให้น้อย แล้วจบด้วยสิ่งที่ทำไปแล้วและสิ่งที่ต้องรอ ผมอ่านแล้วแก้นิดหน่อยก่อนส่งเอง agent ไม่ได้ส่งข้อความหาลูกค้าเอง
ให้เลือกแบบจากหน้าจอจริง แทนการอธิบายเป็นข้อความ
ช่วงแรก agent อธิบายหน้าจอด้วยกล่องข้อความวาดด้วยตัวอักษร พอดูได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน แต่บอกไม่ได้ว่าใหญ่แค่ไหน หนักแค่ไหน หรือสีไหนเข้ากัน
ตอนนี้ skill design ให้ agent ทำเป็นหน้าเว็บจริงในโปรเจกต์ แต่ละหน้ามีสองสามตัวเลือกให้เทียบกันด้วยฟอนต์และสีของระบบ ผมวาดกรอบ เขียนโน้ตลงบนหน้าจอ แล้วส่งกลับให้ agent ทำต่อได้ในที่เดียว ใช้ทั้งเลือกหน้าตาของหน้าจอ และอธิบายลำดับขั้นของงานที่ซับซ้อน ตัวอย่างหน้าจริงและวิธีที่ skill นี้ทำงาน อยู่ในโพสต์เรื่อง skill design
งานที่ยังเป็นของคน
งานที่ไม่ใช่โค้ดต่างจากงานโค้ดตรงที่ไม่มี test บอกว่าถูก ไม่มี CI จับว่าน้ำเสียงผิด รั้วที่เหลือคือคนอ่าน ผมจึงไม่ปล่อยให้งานพวกนี้ออกไปหาคนอื่นโดยที่ผมยังไม่ได้อ่าน ทั้งข้อความถึงลูกค้าและคู่มือ
ส่วนที่ AI ช่วยได้มากคือร่างแรก และการจำว่าเราเคยแก้อะไรไปแล้วบ้าง ส่วนที่ยังเป็นของผมคือเลือกว่าจะพูดเรื่องอะไรกับใคร และรับผิดชอบสิ่งที่ส่งออกไป






