วิธีออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากระบบบัญชีของคุณ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องมีข้อความอย่างน้อยตามแบบของสรรพากร ทำสองฉบับ และมีเลขลำดับ ระบบที่ออกให้เองพิมพ์ลงบนแบบฟอร์มจริงได้ด้วยการวางตัวเลขตามตำแหน่งเป็นมิลลิเมตร ช่องเลขผู้เสียภาษี 13 หลักห่างไม่เท่ากัน และเลขที่ควรออกเมื่อยืนยันเท่านั้น

เผยแพร่
เวลาอ่าน
5 นาที
ในโพสต์นี้ 7 หัวข้อ
  1. หนังสือรับรองต้องมีอะไรบ้าง
  2. พิมพ์ลงแบบฟอร์มจริง หรือทำหน้าตาเอง
  3. ช่องเลขผู้เสียภาษี 13 หลักห่างไม่เท่ากัน
  4. เลขที่ของหนังสือออกตอนยืนยันเท่านั้น
  5. ค่าตั้งต้นของผู้ขายแต่ละราย
  6. กรณีที่อาจเจอในงานจริง
  7. เรื่องที่ควรถามทีมพัฒนาหรือผู้ให้บริการโปรแกรม

ทุกครั้งที่บริษัทจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างทำของ แล้วหักภาษีไว้ บริษัทต้องให้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายกับผู้รับเงิน ที่เรียกกันว่า 50 ทวิ ตามมาตราในประมวลรัษฎากร ผู้รับเงินใช้หนังสือนี้เป็นหลักฐานตอนยื่นภาษีของตัวเอง

กิจการเล็ก ๆ มักกรอกแบบฟอร์มของสรรพากรด้วยมือ หรือทำใน Excel แล้วพิมพ์ทีละใบ พอผู้ขายเยอะขึ้น ก็เริ่มอยากให้ระบบบัญชีออกให้ โพสต์นี้เล่าสิ่งที่ต้องคิดตอนเราทำส่วนนี้ในระบบบัญชีที่ภัทรชัย อาร์ทิซาน ทำขึ้นใช้เอง

หนังสือรับรองต้องมีอะไรบ้าง

รูปแบบของหนังสือรับรองอยู่ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 62 ซึ่งมีแบบฟอร์มท้ายประกาศ ข้อมูลที่ระบบต้องมีครบก่อนออกได้มีประมาณนี้

ส่วน ข้อมูล
ผู้จ่ายเงิน ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษี 13 หลักของบริษัทเรา
ผู้รับเงิน ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีของผู้ขาย
แบบที่ยื่น ภ.ง.ด. ที่รายการนี้จะไปอยู่ เช่น ภ.ง.ด.3 สำหรับบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.53 สำหรับนิติบุคคล
เงินที่จ่าย ประเภทเงินได้ วันที่จ่าย จำนวนเงิน และภาษีที่หัก พร้อมยอดภาษีเป็นตัวอักษร
เงื่อนไข หัก ณ ที่จ่าย ออกภาษีให้ตลอดไป หรือออกภาษีให้ครั้งเดียว
ผู้ออก ลายมือชื่อ ตราประทับ และวันที่ออก

ประกาศให้ทำสองฉบับที่ข้อความตรงกัน ฉบับที่ 1 ผู้รับเงินแนบไปกับแบบแสดงรายการภาษีของตัวเอง ฉบับที่ 2 ผู้รับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน และผู้จ่ายเงินเก็บสำเนาไว้ เผื่อต้องออกใบแทนภายหลัง ทุกฉบับต้องมีเลขลำดับ และมีเล่มที่ด้วยถ้าเย็บเป็นเล่ม

ยอดภาษีเป็นตัวอักษรเป็นจุดที่ระบบต้องทำให้ถูก วิธีแปลงตัวเลขเป็นคำอ่านเงินบาทอยู่ในแสดงค่าเงินบาทเป็นภาษาไทยใน PHP

พิมพ์ลงแบบฟอร์มจริง หรือทำหน้าตาเอง

ประกาศเปิดให้ทำหน้าตาเองได้ ขอให้มีข้อความอย่างน้อยตามแบบท้ายประกาศ ถ้าจะใช้รูปแบบอื่นที่ต่างออกไป ต้องขออนุมัติจากอธิบดีก่อน

เราเลือกพิมพ์ทับลงบนแบบฟอร์มจริงของสรรพากร เพราะผู้รับเงินและนักบัญชีของเขาเห็นแล้วรู้ทันทีว่าช่องไหนคืออะไร ไม่ต้องหาว่าหน้าตาแบบนี้ครบหรือเปล่า

สรรพากรมีแบบฟอร์มเป็น PDF ที่กรอกได้ ระบบแปลงแบบฟอร์มเปล่าเป็นภาพพื้นหลังเต็มหน้า แล้ววางตัวเลขแต่ละตัวทับลงไป ตำแหน่งของแต่ละช่องอ่านมาจากกรอบของช่องกรอกในไฟล์ PDF นั้นเอง เป็นมิลลิเมตร ตัวเลขจึงลงในกรอบที่พิมพ์ไว้พอดี ไม่ต้องกะด้วยสายตา

ลายเซ็นกับตราประทับเป็นรูปที่มีพื้นขาว ถ้าวางทับตรง ๆ พื้นขาวจะบังเส้นของแบบฟอร์ม ระบบจึงผสมรูปแบบที่ให้สีขาวกลืนไปกับกระดาษ เหลือแค่หมึกกับตรา และเส้นของแบบฟอร์มยังเห็นอยู่ข้างหลัง

ช่องเลขผู้เสียภาษี 13 หลักห่างไม่เท่ากัน

ช่องเลขผู้เสียภาษีบนแบบฟอร์มเป็นกล่องเล็ก 13 กล่อง แบ่งเป็นกลุ่ม 1-4-5-2-1 แบบเดียวกับที่เราเขียนเลขบัตรประชาชน ระหว่างกลุ่มมีช่องว่างกว้างกว่าระหว่างกล่องในกลุ่มเดียวกัน

ช่องเลขผู้เสียภาษี 13 หลักแบ่งเป็นกลุ่ม 1-4-5-2-1

ระยะระหว่างกลุ่มกว้างกว่าระยะในกลุ่ม ถ้าแบ่งความกว้างเท่า ๆ กัน ตัวเลขจะค่อย ๆ เลื่อนออกนอกกล่อง

ถ้าเอาความกว้างทั้งแถวมาแบ่ง 13 ส่วนเท่ากัน ตัวเลขตัวแรก ๆ ยังลงกล่อง แต่ยิ่งไปทางขวายิ่งเลื่อน จนตัวท้าย ๆ ทับเส้น ระบบของเราจึงเก็บจุดกึ่งกลางของกล่องทั้ง 13 กล่องที่วัดจากแบบฟอร์ม แล้ววางเลขทีละตัวที่จุดนั้น

ก่อนพิมพ์ ระบบควรเช็กเลข 13 หลักด้วยหลักตรวจสอบตัวสุดท้ายด้วย เลขผู้เสียภาษีใช้วิธีคำนวณเดียวกับเลขบัตรประชาชน วิธีอยู่ในตรวจเลขบัตรประชาชนใน Laravel

เลขที่ของหนังสือออกตอนยืนยันเท่านั้น

ประกาศให้หนังสือทุกฉบับมีเลขลำดับ เราให้เลขเรียงต่อกันไม่ข้าม ตรวจย้อนหลังได้ว่าไม่มีฉบับไหนหาย ทางที่ทำให้เลขไม่ข้ามคือออกเลขตอนกดยืนยันเท่านั้น

  • ฉบับร่างยังไม่มีเลขจริง ระหว่างกรอกและแก้ หนังสือใช้เลขชั่วคราว ร่างที่ทิ้งไปจึงไม่ทำให้เลขหาย
  • ยืนยันแล้วจึงได้เลขถัดไป ระบบจองเลขในขั้นตอนเดียวกับการบันทึก สองคนกดพร้อมกันก็ไม่ได้เลขซ้ำ
  • ลบได้เฉพาะฉบับล่าสุด ลบฉบับล่าสุดแล้วเลขนั้นกลับไปให้ฉบับถัดไปใช้ ฉบับที่อยู่ตรงกลางลบไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเลขจะมีรู

รูปแบบเลขที่ของเราเป็นปี เดือน และลำดับที่เริ่มใหม่ทุกเดือน ตั้งให้ต่อจากเลขของโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่เดิม หนังสือที่ออกจากระบบใหม่จึงต่อจากฉบับเก่าได้เลย

ค่าตั้งต้นของผู้ขายแต่ละราย

ผู้ขายรายหนึ่งมักได้รับเงินประเภทเดิมทุกเดือน เช่นค่าบริการที่หัก 3% ระบบจึงเก็บประเภทเงินได้และอัตราภาษีไว้ที่ข้อมูลผู้ขาย พอเลือกผู้ขาย ฟอร์มก็เติมให้ ส่วน ภ.ง.ด. ตั้งต้นตามประเภทของผู้รับเงิน บุคคลธรรมดาเป็น ภ.ง.ด.3 นิติบุคคลเป็น ภ.ง.ด.53

ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน ระบบบันทึกลงในหนังสือตอนออก ถ้าผู้ขายย้ายที่อยู่ทีหลัง หนังสือที่ออกไปแล้วยังเป็นที่อยู่เดิมตามจริง ถ้าผู้รับเงินจด VAT สรรพากรมีบริการค้นข้อมูลผู้ประกอบการ VAT ที่ระบบเรียกได้โดยไม่ต้องขอ key ใช้ดึงชื่อจากเลขผู้เสียภาษีได้ ลดการพิมพ์ชื่อผิด

ถ้าบริษัทจ่ายเงินผ่านธนาคารด้วยบริการ e-Withholding Tax อัตราหัก ณ ที่จ่ายสำหรับรายการที่ปกติหัก 5%, 3% หรือ 2% ลดเหลือ 1% สำหรับการจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามข่าวของกรมสรรพากร รายการที่จ่ายทางนี้ลองถามธนาคารและนักบัญชีว่ายังต้องออกหนังสือรับรองแบบเดิมหรือไม่

กรณีที่อาจเจอในงานจริง

  • ผู้รับเงินทำหนังสือหาย ออกใบแทนจากสำเนาที่ผู้จ่ายเงินเก็บไว้ ไม่ใช่สร้างหนังสือฉบับใหม่ที่ทำให้มีการหักภาษีรายการเดียวกันสองฉบับ
  • เลือก ภ.ง.ด. ผิด ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว แต่ข้อมูลในระบบตั้งเป็นบุคคลธรรมดา จะไปอยู่ผิดแบบที่ยื่น ควรตรวจประเภทผู้ขายตั้งแต่ตอนสร้างข้อมูลผู้ขาย
  • ยอดไม่ตรงกับใบแจ้งหนี้เพราะ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อน VAT ยอดที่จ่ายจริงคือยอดก่อน VAT บวก VAT ลบภาษีที่หัก ระบบควรแสดงทั้งสามตัวเลขให้เห็นก่อนยืนยัน
  • ตัวเลขเลื่อนจากกล่องหลังเปลี่ยนเครื่องพิมพ์ ถ้าพิมพ์จาก PDF ที่ขนาดหน้าถูก ตำแหน่งจะไม่เลื่อน แต่ถ้าเครื่องพิมพ์ตั้งย่อให้พอดีหน้า ทุกอย่างจะเล็กลง ควรพิมพ์ที่ขนาดจริง 100%

เรื่องที่ควรถามทีมพัฒนาหรือผู้ให้บริการโปรแกรม

  1. หนังสือที่ออกมีข้อความครบตามแบบท้ายประกาศ และพิมพ์ได้สองฉบับไหม
  2. เลขที่ออกตอนไหน ร่างที่ทิ้งไปทำให้เลขข้ามหรือเปล่า
  3. ข้อมูลผู้รับเงินบันทึกลงในหนังสือตอนออก หรืออ่านจากข้อมูลผู้ขายทุกครั้งที่พิมพ์
  4. ตั้งประเภทเงินได้และอัตราภาษีไว้ที่ผู้ขายได้ไหม
  5. ออกใบแทนจากหนังสือที่ออกไปแล้วได้ไหม

ตอนถัดไปของซีรีส์ เอกสารภาษี ไฟล์ธนาคาร และ e-GP

อ่านต่อ

ล่าสุด

ดูทั้งหมด →